คุณเคยสงสัยไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอานักฆ่าระดับโลก 30 คนมาไว้ในเมืองเดียวแล้วให้พวกเขาไล่ล่ากันเอง? The Tournament (2009) คือคำตอบที่โหดมันส์เกินคาด หนังที่เอาคอนเซปต์ Battle Royale มาผสมกับหนังบู๊สายเลือดเย็น สร้างโดยผู้กำกับ Scott Mann ที่พาเราดำดิ่งสู่โลกของการฆ่าที่ไร้กฎเกณฑ์
นี่ไม่ใช่หนังฆ่าเฉือนธรรมดา เพราะมันมีทั้งมิติของศรัทธา การเอาตัวรอด และการต่อสู้เพื่อเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ แถมตำแหน่งนักฆ่าเบอร์หนึ่งของโลกที่ทำให้ค่าหัวต่อนัดพุ่งถึงล้านเหรียญ บทสรุปของหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
The Tournament เล่าเรื่องราวของ 30 นักฆ่าที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อร่วมการแข่งขันลับที่จัดขึ้นทุก 7 ปีในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พวกเขาต้องต่อสู้กันจนเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต และจะได้รับเงินรางวัลมหาศาลพร้อมตำแหน่งนักฆ่าอันดับหนึ่งของโลก ตัวเอกของเรื่องคือ Father MacAvoy (Robert Carlyle) นักบวชติดสุราที่ถูกดึงเข้ามาโดยบังเอิญ และ Lai Lai Zhen (Kelly Hu) นักฆ่าหญิงผู้แข็งแกร่งที่เข้าร่วมด้วยเหตุผลส่วนตัว
หนังดำเนินเรื่องภายในคืนเดียว โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนต่างมีสไตล์การสังหารและอาวุธเฉพาะตัว การแข่งขันไม่มีกติกาใด ๆ ยกเว้นการเอาชีวิตรอด ระหว่างทางพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทั้งศัตรูและผู้จัดรายการที่คอยควบคุมทุกอย่างจากในร่ม
งานการแสดงและตัวละคร
Robert Carlyle รับบทบาทนักบวชที่ตกต่ำได้อย่างน่าประทับใจ เขาสื่อถึงความสิ้นหวังและความพยายามไถ่ถอนตัวเองผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ Kelly Hu สวย สง่า และโหดในบทนักฆ่าที่มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วน Ian Somerhalder จากซีรีส์ Vampire Diaries ก็มาในบทบาทที่หล่อและอันตรายในแบบของเขา
Ving Rhames ที่เราคุ้นเคยจาก Mission: Impossible มาในบทนักฆ่าตัวใหญ่ที่ใช้พละกำลังล้วน ๆ ขณะที่ Sébastien Foucan (นัก Parkour ชื่อดัง) เพิ่มความคล่องตัวและลีลาการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับหนัง ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิกชัดเจน แม้จะมีเวลาให้พัฒนาน้อย แต่ก็เพียงพอให้เราจดจำพวกเขาได้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Scott Mann กำกับหนังด้วยสไตล์ที่รวดเร็ว กระชับ และโหดเหี้ยม ฉากต่อสู้ถูกถ่ายทำอย่างมีชีวิตชีวา ใช้กล้องมือถือและมุมกล้องที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ดนตรีประกอบเข้ากับบรรยากาศตึงเครียดได้ดี ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้กับทุกฉาก
แม้งบประมาณอาจไม่สูงมาก แต่มันก็ถูกใช้อย่างคุ้มค่า เมืองเล็ก ๆ ที่เป็นสนามรบถูกออกแบบให้ดูสมจริง และบรรยากาศที่มืดครึ้มช่วยเสริมความเป็นหนังสยองขวัญบู๊ได้อย่างลงตัว
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
The Tournament ไม่ได้เป็นเพียงหนังแอ็กชันธรรมดา แต่ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องการเอาชีวิตรอดในโลกที่ไร้ความเมตตา ตัวละครนักบวชที่ติดสุราถูกโยนเข้าสู่เกมสังหาร เป็นสัญลักษณ์ของคนที่พยายามหาความหมายในชีวิตท่ามกลางความรุนแรง
หนังใช้พล็อตแบบ Battle Royale ที่เราคุ้นเคย แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยการมีระบบติดตามและผู้จัดรายการที่คอยควบคุม ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูเกมโชว์ที่โหดร้าย นอกจากนี้ยังมีมุขตลกดำ ๆ และบทสนทนาที่เฉียบคม ช่วยลดความตึงเครียดลงได้พอดี
แม้หนังจะมีจุดอ่อนด้านการพัฒนาตัวละครรองบางตัวที่ดูตื้นเขิน แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นหนังที่สนุกและครบเครื่องสำหรับคนที่ชอบความมันส์แบบไม่ต้องคิดมาก
สรุป
The Tournament คือหนังแอ็กชันที่สนุกและเข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่ชอบความมันส์แบบไม่ต้องคิดเยอะ แม้จะมีข้อเสียเรื่องการพัฒนาตัวละครรอง แต่ด้วยการแสดงของ Robert Carlyle และฉากต่อสู้ที่ดุเดือด ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคอหนังบู๊ หากคุณชอบแนว Battle Royale และไม่กลัวเลือด หนังเรื่องนี้คือคำตอบ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +คอนเซปต์ Battle Royale ที่น่าตื่นเต้น
- +การแสดงที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะ Robert Carlyle
- +ฉากแอ็กชันที่รวดเร็วและโหดเหี้ยม
👎 จุดด้อย
- −ตัวละครรองบางตัวได้รับการพัฒนาน้อยเกินไป
- −พล็อตอาจดูซ้ำซากสำหรับคนที่ดูหนังแนวนี้มามาก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เป็นเรื่องราวของนักฆ่า 30 คนที่ถูกจับมาแข่งขันกันในเมืองเล็ก ๆ โดยต้องฆ่ากันจนเหลือคนสุดท้ายเพื่อรับเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์
ปัจจุบันยังไม่มีภาคต่ออย่างเป็นทางการ แต่มีแผนสร้างภาคต่อหรือรีเมคอยู่บ้าง
หนังมีความรุนแรงและเลือดสาดสูง เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
คล้ายกับ Battle Royale (2000) และ The Hunger Games แต่เน้นความโหดของนักฆ่ามืออาชีพมากกว่า